You are here: Home Review Review Headphone Review หูฟัง IEM ตัวใหม่จากทาง Ultimate Ears กับ UE700

ifindbestdeal.com

Your Shopping Cart

รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

Review หูฟัง IEM ตัวใหม่จากทาง Ultimate Ears กับ UE700

อีเมล พิมพ์ PDF

หลายๆคนนึกว่าผมเลิกเล่นไปแล้ว บอกตามตรงว่าไม่้ได้เลิกไปไหน แต่ไม่มีเวลามานั่งพิมพ์เพื่อ review เท่านั้นเอง จริงๆตอนนี้หูฟังที่ต้อง review ก็นอนรอกองอยู่หลายๆตัวเลยทีเดียว ครั้นจะพิมพ์ทีเดียวทุกตัวมันก็เป็นไปไม่ได้ เลยต้องมานั่งทะยอย review ไปทีละตัว ทีละตัว ทั้งๆที่อยากจะ review รวดเดียวหมด ซึ่งมันก็ทำไม่ได้อยู่แล้วครับ เพราะของพวกนี้มันต้องใช้เวลาคลุกคลีมันซักพักนึกเพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ ลึกถึงแก่น :D ขนาดอยู่กันนานๆขนาดนี้ บางทีผมก็ยังรู้สึกว่าลืมใส่นู่นใส่นี่อยู่เสมอ เรียกว่าต้องมานั่งตามเก็บรายละเอียดกันทีหลังในหูฟังบางตัวเลยทีเดียว

    และขอสารภาพตามตรงว่า หูฟัง UE700 ผมเพิ่งจะได้ยินชื่่อมันไม่นานทั้งๆที่ตามอ่านข่าวหูฟังเกือบทุกวัน :D นี่ถ้าทาง ไดนามิค ไม่ส่งมาให้ทดลอง ผมก็คงนั่งบ๊องไม่มีโอกาสได้ลองฟังแล้วเอามาเขียน review ให้ได้อ่านกันแบบนี้แน่นอนครับ ก็ต้องขอบคุณทางบริษัทไดนามิคด้วยนะครับ  จริงๆหูฟัง UE700 นี่เห็นหลายคนสนใจอยู่พักนึงแล้ว เอาเป็นว่ามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

รูปลักษณ์ภายนอก 

             ตัวส่วน Body ของ UE700 จะแยกออกเป็นสองสี คือ ด้านที่เป็นข้างขวาตรงช่วงท่อนำเสียงจะเป็นพลาสติกสีแดงเข้มใสแล้วหุ้มซ้ำด้วย Housing สีเงินที่เรียกว่า Liquid Silver ไม่มั่นใจว่าเป็นวัสดุที่ทำจากอะไร เดาว่าเป็นพลาสติกเคลือบสีเงิน แต่เห็นบางคนบอกว่ามันเป็น Magnesium Alloy อันนี้ผมก็ไม่ฟันธงนะครับ เพราะหาข้อมูลส่วน body ยัง ไม่ได้เหมือนกัน แต่เอาเป็นว่าเบามากๆ ส่วนอีกด้านที่เป็นด้านซ้ายจะเป็นสีดำทึบแล้วหุ้มด้วยวัสดุเดียวกัน พูดง่ายๆคือเวลาดูจะได้รู้ว่าข้างไหนขวา ข้างไหนซ้ายโดยไม่ต้องมานั่งพลิกดู L กับ R แต่เอาเข้าจริงๆก็ดูไม่ค่อยจะออกครับ โดยเฉพาะที่สว่างน้อยๆหน่อย  ผมเลยคิดว่ามันไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่   

                ตัวหูฟังจัดได้ว่าน้ำหนักเบามาก และมีขนาดเล็กมากๆ ถึงแม้จะไม่เท่ากับพวก Q-Jays หรือ Klipsch Image แต่ก็ใส่เข้าไปในหูได้พอดีแทบจะไม่มีส่วนเกินล้นออกมานอกหูเลยครับ  ผมรู้สึกว่างาน Design รุ่นหลังๆของ Ue ตั้งแต่โดน Logitech Take Over ไป จะมาแนวๆนี้หมดเลย เริ่มตั้งแต่ Metro.Fi เรื่อยมาจนเอกลัษณ์แบบที่ล้นนอกหูเหมือนสมัย Super.fi ก็มลายหายไปหมด กลายมาเป็นรูปลักษณ์แบบที่แนบหู พอดีหูไปหมด ส่วนดีก็ทำให้คนที่ไม่ชอบ Housing ยื่นๆแบบเดิมๆให้อยากที่จะหยิบหูฟังตระกูล UE มาใช้กันได้บ้าง แต่ข้อเสียก็คือเรื่องของ soundstage ที่เป็นเอกลักษณ์หลักของ UE  ก็หายไป และกลับกลายมาเป็นรูปแบบเสียงใหม่ๆ ที่ยังบ่งบอกถึง Style แบบ UE ดังเช่นเดิม 

                สายของ UE700 จะนิ่มกว่าสายเดิมของ UE อย่าง Triple.fi 10 pro และ Super.fi 5 pro และความหนาของสายจะลดลงเล็กน้อย แต่ดูแล้วแข็งแรงแถมไม่หนืดมือเหมือนสายของ Sony ด้วย โดยส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะแข็งแรงไม่เปื่อยง่ายๆแน่ๆ ช่วงปลายแจ็คของ UE700 ก็เป็นแจ็คที่พร้อมเสียบ iphone classic ได้อย่างพอดิบพอดีตามสไตล์หูฟังรุ่นใหม่ๆที่ออกมาในล๊อตหลังๆ

                Case ของ UE700 เปลี่ยนจากกล่องเหล็กแบบเดิมๆมาใช้กล่องกลั๊กขนาดย่อมที่ทำจากพลาสติกไวนีลโปร่งแสงสีดำ  ตัวกล่องจะเป็นรูปทรงรีๆและมีฝาเปิดปิดซึ่งลักษณะจะคล้ายๆกับไฟแช็ค Zippo จริงๆมันก็พกสะดวกดีนะครับ เพราะมันเล็ก พกง่าย แถมยังเหนียวทนทานดีด้วย แต่ผมเสียดายความอลังการของ Case อลูมีเนียมแบบเดิมมากกว่า ถึงแม้จะพกยากแต่มันดูหรูหรากว่า Case Loso แบบยุคปัจจุบันมากมาย ส่วนของแถมอื่นๆก็ยังมีให้เต็มอัตราศึก รวมทั้งแถมจุก Comply Foam มาให้ใน set แต่น่าเสียดายที่จุกรุ่นหลังๆของ UE โดยเฉพาะ UE700 ได้เปลี่ยนจากจุกรูปแบบเดิมๆมาเป็นจุกช่วงปลายท่อที่บีบขนาดเล็กลงเหมือนกับจุกของ Shure โดย ส่วนตัวผมยังชอบจุกที่เปิดรูกว้างๆเหมือนรุ่นก่อนๆมากกว่า โดยรวมก็ถือว่ามีการพัฒนาปรับปรุงหลายๆด้านแม้จะเสียเรื่องความอลังการไปแต่ ก็แลกมาในเรื่องของความสะดวกในการพกพาและสวมใส่มาแทน

เรื่องของเสียง 

                เสียงของ UE700 นี่ ถ้าเกิดเคยชินกับหูฟังที่ให้เสียงกลางๆมาก่อน เมื่อมาฟังหนแรกจะรู้สึกว่าเสียงร้องจะออกแหบๆนิดๆ เพราะโทนเสียงสูงติดไปกับช่วงปลายเสียงกลางด้วย แต่เสียงไม่จัดจ้านแสบแก้วหูเหมือนกับหูฟังของ Sony อย่าง EX500 และที่สำคัญเสียงสูงของ UE700 ถือเป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้เลยทีเดียว 

                ย่านสูงของ UE700 เก็บรายละเอียดได้ละเมียดละไมและครบถ้วนดีมาก เรียกว่าใกล้เคียงกับที่ Triple.fi 10 pro ทำ เอาไว้ได้เลยทีเดียว เพราะถ่ายทอดย่านสูงออกมาเป็นเม็ดๆและรู้สึกได้อย่างชัดเจน ช่วงจังหวะเสียงดนตรีที่มีลูกเล่นการถ่ายเสียงย้ายจากซ้ายไปขวา ก็ทำให้รู้สึกได้ชัดว่าเสียงค่อยๆไล่โยกจากซ้ายไปทางขวา ซึ่งหูฟังรุ่นล่างๆ ที่ราคาไม่สูงมากส่วนใหญ่จะมีจุดอ่อนตรงนี้ทั้งนั้น

                เสียงไฮแฮท และแฉที่เป็นจุดเด่นของ Triple.fi 10 pro ก็มีอยู่ในทุกอนูของ UE700 ด้วย ถึงแม้ว่าจะด้อยกว่าเล็กน้อยในส่วนของเนื้อเสียงสูงที่ Triple.fi 10 pro จะให้เนื้อที่ดีกว่าและช่วงปลายของย่านสูงยังให้ความชัดเจนกว่า แต่ก็ถือว่า UE700 ทำ ได้ดีมากๆและไม่ด้อยกว่ากันเท่าไหร่ เสียงไฮแฮทที่ออกมาค่อนข้างครบถ้วนและมีความเป็นตัวตนชัดเจน เสียงแยกออกจากแฉอย่างรู้สึกได้ชัด จะเสียนิดนึงตรงที่เวลาเคาะแฉยังให้ความรู้สึกบางไปนิดหน่อย อาจจะเพราะก่อนจะ test หูฟังตัวนี้ผมไปลองเอา RS1i ก่อน ซึ่งตัวนั้นให้ปลายเสียงของแฉทีดีมากๆ ให้ความรู้สึกว่าแฉเป็นแฉจริงๆ เพราะรู้สึกถึงปลายเสียงของแฉที่ทิ้งตัวก่อนจะจางลงไปหลังจากที่เคาะใน จังหวะแรก ก็เลยรู้สึกว่าของ UE700 มันจะบางไปซักหน่อย แต่ถ้าเทียบในระดับ in-ear ด้วยกันแล้วก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกัน  

                หัวโน้ตของ UE700 จัด อยู่ในระดับที่ดีมากทีเดียว โดยเฉพาะเสียงจากการเล่นกีต้าร์มีความชัดเจนดีมาก ให้ความสึกถึงแต่ละเส้นสายที่กรีดลงไปได้ชัด แต่การเก็บรายละเอียดของกีต้าร์ก็ยังถ่ายทอดได้ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก เพราะสายกีต้าร์มันกลายเป็นเหมือนสายเหล็กเส้นเล็กไปหมด  แต่อารมณ์ของดนตรีก็ไม่สูญเสียไปมากมาย ส่วนที่ผมติถือเป็นจุดที่เล็กน้อยมากๆสำหรับบางคน

 

                เสียงกลางจะติดย่านสูงเข้ามาเล็กน้อย และให้หัวโน้ตที่ชัดโดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ตีกลองไล่ไปในแต่ละลูก ไปจนถึง Floor ทอม แต่กลองจะออกแข็งนิดๆเพราะได้อนิสงค์จากเสียงสูงเข้ามาเสริม ข้อดีคือสแนร์จะชัดมาก ชัดขนาดได้ยินเสียงโซ่สแนร์เลยทีเดียว   

                เสียงร้องก็อย่างที่บอกตอนต้นๆครับว่าจะออกจัดนิดๆ และจะเหมือนแหบๆด้านๆเล็กน้อย  ดัง นั้นถ้าจะเอามาฟังเสียงร้องหวานๆนี่ยากครับ แต่เสียงร้องนี้ถือว่าชัดมากๆ และเด่นลอยไม่ถูกกลืนไปกับเสียงย่านอื่นๆเลยทีเดียว เสียงไม่พุ่ง หรือเด่นล้ำหน้าจนโดดออกมาน่าเกลียด ถือว่าการรักษา Balance ของแต่ละย่าน ตัว UE700 ทำได้ดีมากๆ ตัว image เสียงร้องจะออกเล็กๆลงมาหน่อย แต่ไม่ได้เล็กเท่ากับ ER4P หรือ Q-Jays และ Focus เสียงร้องได้ดี เด่นชัดเจน รู้สึกเป็นตัวเป็นตนและมีความเป็นมิติที่ดี ไม่ได้เป็นแบนๆ หรือบางๆกลวงๆ

เสียงต่ำโดยเฉพาะเสียงเบสจะเด่นไปทาง impact ของเบสมากกว่า เพราะช่วง Deep Bass และ Middle Bass ถึงแม้จะมีและได้ยินชัดเจนเพราะตัว Ue700 มันแยกชิ้นดนตรีได้ดี แต่ก็จัดว่าน้อยไปนิดนึง โดยเฉพาะช่วง Deep Bass ที่จะมีให้รู้สึกได้แต่ก็บางไปหน่อย ในขณะที่ Middle Bass ยังได้ยินชัดเจน รู้สึกได้ถึงการเดินโน้ตเบส แต่อาจจะไม่ Slide ไหลลื่นได้เหมือนกับทาง Shure หรือเท่ากับที่ Triple.fi 10 pro ทำได้ แต่ก็ต้องถือว่าทำได้ดี โดยส่วนตัวผมคิดว่าคงเป็นเพราะมวลมันน้อยไปหน่อย ทำให้ middle กับ deep มันถ่ายทอดออกมาได้ไม่เต็มที่ แต่ก็อย่างว่าครับ ถ้ามันทำได้ดีมากเกินไป เดี๋ยว Triple.fi 10 pro จะขายไม่ออกกันพอดี           

                 การแยกชิ้นดนตรีถือเป็นอีกจุดเด่นของ UE700 เลยทีเดียว ผมว่าสูสีกับที่ UM3X ทำได้เลย โดยเฉพาะกับเพลงที่มีชิ้นดนตรีเยอะๆโหดๆ ซึ่ง หูฟังหลายๆตัวทั้งแพงๆและถูกๆ ยังแยกออกมาได้ไม่เด็ดขาด กระทั่ง Sennheiser IE8 ยังแยกออกมาได้ไม่เต็มที่ แต่ UE700 แยกออกมาได้สบายมากๆ ส่วนนึงก็คงเป็นเพราะลักษณะของมิติที่ทาง UE700 เน้นไปในส่วนของ Headstage หรือ soundstage ด้านลึก ทำให้การแยกชิ้นดนตรีทำได้ดีมากขึ้น ยิ่งลักษณะของ soundstage เป็น แบบวงกลมล้อมอ้อมไปถึงด้านหลังหัว ก็ยิ่งช่วยเสริมการแยกชิ้นดนตรีให้ขาดออกจากกันได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ฟังเพลงได้ง่าย และเพลิดเพลิน โดยไม่ต้องไปหงุดหงิดกับดนตรีหลายๆชิ้นที่ถูกกลืนไปกับเสียงย่านอื่น และก็เป็นส่วนที่ทำให้ middle เบสที่ดูว่าจะเนื้อน้อยไปหน่อย กลับยังคงได้ยินชัดเจน ถ้าเป็นหูฟังตัวอื่นๆที่แยกชิ้นดนตรีไม่ดีนี่ก็คงโดนกลืนไปกับเสียงอื่นๆแล้ว

                โดยรวมก็ต้องถือว่าเป็นหูฟังอีกตัวที่ทำออกมาได้ดีทีเดียว แม้จะเป็นหูฟังที่เชื่อมรอยต่อช่องว่างของ Super.fi 5 pro กับ Triple.fi 10 pro แต่ก็ต้องถือว่าออกแบบ Design มาได้โดนใจผู้ใช้หลายๆคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ผมได้ลองทำ test มา แล้ว ปรากฏว่าโดนใจหลายๆคนเลยทีเดียว บางคนที่เคยบ่นบอกว่าแยกไม่ออกฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลอง แต่พอได้ฟังก็พากันแยกแยะออกทันทีว่าอันไหนเรียกว่าดี อันไหนเรียกว่าแย่ ดังนั้นถ้าจะซื้อให้มือใหม่ก็คิดว่าจะโดนใจได้ไม่ยากครับ หรือมือเก่าที่อยากจะขยับจาก Super.fi 5 pro ก็น่าสนใจดีเหมือนกันครับ แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้าติดภาพลักษณ์ของ Super.fi 5 แล้ว การกระโดดไป Triple.fi 10 pro ดู จะเหมาะสมกว่าครับ ยกเว้นว่าเบื่อการใส่แบบที่มันยื่นออกมานอกหู ทำให้ต้องมานั่งคล้องสายพาดผ่านหลังหู ก็จะลองเปลี่ยนรสชาติมาเป็นการใส่หูฟังที่แนบรูหูพอดีอย่าง UE700 ก็คงจะไม่ผิดกฏหมายข้อไหนนะครับ 

Specs

Earphone

  • Type: in-ear
  • Frequency response: 10 Hz-16.5 kHz
  • Impedance: 40 Ohms, 1 kHz
  • Sensitivity: 113 dB SPL/mW at 1kHz
  • Weight: 0.41 ounces (11.6 grams)
  • Noise isolation: 26 dB

Connection

  • Cable length: 46 inches (116.8 cm)
  • Input connector: 1/8 inch (3.5 mm), gold plated



ติดตามอ่านได้ที่

http://www.pantip.com/tech/gadget/topic/TM2851370/TM2851370.html

ขอขอบคุณ คุณ G-7


แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2009 เวลา 02:29 น. )  

เข้าสู่ระบบ

ค้นหารายการสินค้า